Untitled design (4).png

ผื่นคัน เกิดจากอะไร

1. สภาวะแวดล้อม สารก่อการระคายเคืองที่อยู่ในอากาศ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ ซึ่งมักพบว่าผู้ป่วยจะมีอาการของระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่นใน สภาวะที่มีละอองเกสร ขนสัตว์ ไรฝุ่น สิ่งเหล่านี้ทำให้ผื่นมีอาการคันมากขึ้น

2. เชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา อาจแทรกซ้อนทำให้เกิดการติดเชื้อบนผิวหนังของผู้ป่วย ผิวหนังที่อักเสบอยู่เดิมจะกำเริบมากขึ้น กรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย

3. ฤดูกาล ผื่นผิวหนังอักเสบมักมีอาการมากขึ้น ในช่วงฤดูหนาว เพราะความชื้นในอากาศต่ำ อากาศแห้ง. อากาศร้อนหรือหนาวเกินไป ผิวหนังจะแห้งในฤดูหนาวที่อากาศเย็นและอาบน้ำอุ่น ในฤดูร้อนมีเหงื่อออกมากอาจกระตุ้นให้ผื่นเห่อคัน


4. เสื้อผ้า เครื่องนุ่มห่ม  และเครื่องประดับที่มีขน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์ จะทำให้เกิดการคันเพิ่มเติม


5. สบู่ ครีม โลชั่น และผงซักฟอกที่ใช้เป็นประจำ สารเคมีเหล่านี้มีฤทธิ์ละลายไขมัน หรือ/และอาจมีส่วนประกอบที่ก่ออาการระคายเคืองแก่ผิวหนังทำให้เกิดอาการคันและเป็นผื่นผิวหนังอักเสบได้ง่าย


6. อาหาร ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ประมาณ 10% พบว่าอาหารบางชนิดเป็นตัวกระตุ้นให้ผื่นแย่ลง มักพบในผู้ป่วยเด็ก. ในผู้ป่วยบางรายเมื่อรับประทานอาหารบางชนิด เช่น นมวัว ผลิตภัณฑ์จากนมวัว ไข่ แป้งสาลี อาหารทะเล ถั่วเป็นต้น สามารถกระตุ้นให้ผื่นกำเริบได้

2.jpg

การดูแลรักษาอาการผื่นคัน

1.การหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ผื่นกำเริบเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

  • ไม่ควรอาบน้ำโดยใช้น้ำที่อุ่นหรือร้อนจนเกินไป

  • เลือกใช้เสื้อผ้าเนื้อนุ่ม โปร่งและระบายความร้อนได้ดี

2.ควรดูแลผิวหนังให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ทาโลชั่นหลังอาบน้ำทันที

3.หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดผื่น เช่น เหงื่อ การดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม

4.ป้องกันการเกาจากอาการคันทั้งจากการแพ้และการระคายเคือง 

สะเก็ดเงิน โรคไม่ติดต่อ ที่ต้องการกำลังใจ

1.jpg
21.jpg

สะเก็ดเงิน คือ โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ ส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นผื่นนูนแดง มีขอบเขตชัดเจน ปกคลุมด้วยสะเก็ดสีขาวเงิน เกิดได้ในทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ และยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดในประชากรไทย 100 คน จะพบผู้ป่วยสะเก็ดเงินและสะเก็ดเงินแฝงถึง 2 คน

ซื้อเลย.png

ผู้ป่วยสะเก็ดเงินแต่ละคน อาจะมีการแสดงอาการที่แตกต่างกันทั้งอาการ อวัยวะที่เป็น ขนาด ปริมาณ รวมถึงการกระจายของผื่น ความเรื้อรัง และการดำเนินโรค

โดยแบ่งเป็น 3 อาการหลักๆ 

1. อาการทางผิวหนัง

2. อาการทางเล็บมือและเล็บเท้า

3. อาการทางข้อและเส้นเอ็น

3.jpg
4.jpg

คนส่วนใหญ่ มักเข้าใจว่า สะเก็ดเงินเป็นโรคติดต่อจึงไม่กล้าทำอะไรร่วมกับผู้ป่วย ซึ่งสร้างความทุกข์ทางใจให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก บางรายถึงกับไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าเข้าสังคม และไม่สามารถประกอบอาชีพได้
สะเก็ดเงินเกิดขึ้นได้จากสามปัจจัย
1.พันธุกรรม
2.ภูมิคุ้มกัน
3.ความไวต่อการกระตุ้นโรค

ผู้ป่วยสะเก็ดเงินมักเป็นๆหายๆ 
แม้ไม่หายขาดแต่สามารถรักษาให้อาการทุเลาหรือสงบลงได้
1.ด้วยการทายา
2.ด้วยกันฉายแดค(phototherapy)
3.ด้วยการรับประทานยาและฉีดยา


ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยวิธีใด ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัดและคนรอบตัว ควรให้กำลังใจผู้ป่วยอยู่เสมอ

5.jpg
6.jpg

จิตใจที่ผ่อนคลาย ไม่เครียด จะส่งผลดีต่อผู้ป่วยสะเก็ดเงิน


โรคนี้ไม่ติดต่อ และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันคนอื่นๆ ในสีงคมได้ตามปกติ
ให้โอกาส พวกเขา ได้มีชีวิตที่มีความสุขไปด้วยกันนะคะ

ซื้อเลย.png
น้ำเหลืองเสีย มีอาการอย่างไร.png

น้ำเหลืองเสียง มีอาการเบี้ยงต้นอย่างไร

1.มีอาการผื่นคันอย่างไม่ทราบสาเหตุ หลายคนเป็นโรคสะเก็ดเงินโดยไม่รู้ตัว โดยสะเก็ดเงินเป็นอาการหนึ่งของโรคน้ำเหลืองเสีย สะเก็ดเงินมีหลายประเภท ทั้งแบบผิวแห้ง ผิวบวมแดง หรือเป็นรอยแดงตามข้อผับ ขาหนีบ จนบางครั้ง

2.แผลหายช้า แผลเยิ้ม แผลหายช้า แผลเยิ้ม ผู้คนที่มีอาการน้ำเหลือเสีย มักมีอาการแผลหายช้า แผลเยิ้ม ไม่แห้งซักที ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ในบางครั้ง แผลเล็กๆ อาจจะกลายมาเป็นปัญหาใหญ่ได้ เมื่อแผลหายแล้วยังทิ้งรอยแผลไว้ให้ปวดใจอีกด้วย เช่น ขาลาย

3.เป็นฝีบ่อยๆ การที่เป็นฝีบ่อยๆ ในบางครั้งอาจจะเกิดจากการอุดตันของสิวหรือคั่งค้างของเหลวในร่างกายที่ต่อมไขมัน รูมขุมขน จนเกิดการอักเสบเป็นหนองได้ หากระบบหมุนเวียนในร่างกายของน้ำเหลืองดี ก็จะไม่เป็นฝี โรคฝีเป็นโรคเรื้อรัง มีต้นเหตุมาจากน้ำเหลืองเสีนและไปกระทบกับอวัยวะต่างๆ

4.มีอาการตัวบวมและข้อบวม อาการตัวบวหรือข้อบวมนั้น คือการปล่อยให้น้ำเหลืองอัดอั้นนานๆ อาจจะให้เกิดอาการบวมตามอวัยวะต่างๆได้ เช่น น่องบวม ขาบวม

info กามโรค [Recovered]_Artboard 2.jpg
ซื้อเลย.png

4 สาเหตุของน้ำเหลืองเสีย

1.ติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา

โรคน้ำเหลืองเสียที่เกิดจากเชื้อโรคที่เรารู้จักกันดีเช่นอีสุกอีใส งุสวัด เริม หนองใน HIV เชื้อโรคเหล่านี้จะหิวตัวอยู่ในร่างกายทำให้อาการเป็น ๆ หาย ๆ กำเริบเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ

2.กรรมพันธุ์

มีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรบตั้งแต่กำเนิด หรือเจ็บป่วยในวัยเด็กจนภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง เช่น หัด ไข้ ชาง โดนแมลงกัดนิดเดียวก็เป็น แผลใหญ่หรือมีภูมิแพ้เป็นโรคประจําตัว

3.สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

โดยปกติแล้วระบบเลือดและน้ำเหลืองสามารถกำจัดสารพิษและขับออกจากร่างกายได้โดยธรรมชาติ แต่หากได้รับสารพิษและฝุ่นควัน จะมีสารพิษสะสมในเลือดและน้ำเหลืองมากเกินไปจนทำให้น้ำเหลืองเสีย

4.พักผ่อนไม่พียงพอ

อาการนอนน้อยแล้วฟื้นขึ้นนั่นคือสัญญาณเตือนจากร่างกายเพราะว่าน้ำเหลืองทำงานผิดปกติ การพักผ่อนเป็นหนึ่งการฟื้นฟูระบบน้ำเหลืองฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน